ซามูไรแขนเดียว อดีตแข้งไทยลีก สู่เจ้าของทีมในลีกไทย

ซามูไรแขนเดียว ทุกความฝันต้องเผชิญกับการต่อสู้ ขณะที่บนเส้นทางการต่อสู้อาจจะได้เรียนรู้อะไรมากมายระหว่างทาง แต่ฝันจะเป็นจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับหัวใจ

ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 16ปี ที่แล้ว ศึกลูกหนังไทยลีก 2003-2004 ได้สาดส่องสปอร์ตไลท์ไปยังนักเตะโนเนมนำเข้าคนหนึ่งจากญี่ปุ่น ของสโมสรฟุตบอล พนักงานยาสูบ อย่าง ยูทากะ ไอฮาระ นักเตะที่มีสภาพร่างกายแตกต่างจากนักเตะอาชีพทั่วไปเพราะว่ามือซ้ายของเขาไม่มีตั้งแต่กำเนิดเกิดขึ้นมาดูโลก ทุกอย่างไม่ใช่อุปสรรคสำหรับความตั้งใจในการล่าฝัน ซามูไรแขนเดียว

แฟนบอลยุคนั้นยังคงจำกันได้ดีถึงลีลาที่แสดงออกมาอย่างยอดเยี่ยมในสนามแข่งขันให้กับสโมสรฟุตบอลพนักงานยาสูบ ยูทากะ แสดงออกในเรื่องของทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับสร้างเสียงฮือฮา!หลายครั้งในสนามแข่งขัน

แม้ว่าจะอยู่ในสัญญาแค่ปีเดียวแต่เส้นทางฟุตบอลอาชีพในเมืองไทยกลับสร้างความผูกพันให้กับดาวเตะรายนี้เพราะเมืองไทยคือฟุตบอลอาชีพครั้งแรกในโลกฟุตบอลที่เขาฝันก่อนก้าวย่างไปเจริญเติบโตต่อในลีกบังคลาเทศ,ยูกันดา และ มองโกเลีย

วันนี้แม้จะเลิกลาจากฟุตบอลอาชีพไปแล้ว ยูทากะ ไอฮาระ ยังอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลหลังจากที่ผ่านการเข้าร่วมอบรมวิชาโค้ชจากสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นและกลับมาสอนเด็กๆด้อยโอกาสในเมืองไทย ตั้งแต่ปี 2009 ตามโรงเรียนโสตศึกษา หรือ โรงเรียนพิการทางการได้ยิน(หูหนวก) ต่างๆ ล่าสุดแข้งจากแดนอาทิตย์อุทัยรายนี้ได้เข้ามาบริหารทีม วาริกซ์ ฟุตซอล คลับ (วาริกซ์คริสเตียน, วาริกซ์ นครปฐม)

โดยครอบครองสิทธิ์สโมสร พร้อมเปลี่ยนแปลงชื่อทีมเป็น YFA ศรีราชา เอฟซี ในฐานะประธานสโมสร เพื่อพาทีมลงแข่งขันในศึกฟุตซอลอาชีพ ระดับดิวิชั่น 1 ของไทย ในปี 2019
สำหรับเป้าหมายของ ยูทากะ ไอฮาระ ประธานสโมสรฟุตซอล YFA ศรีราชา เอฟซี คือเรื่องของการสร้างความเสมอภาคและสร้างโอกาสให้กับนักกีฬาที่มีความพิการทางการได้ยิน ลงแข่งขันร่วมกับนักกีฬาปกติบนเส้นทางของนักกีฬาอาชีพเพื่อต่อยอดความฝันรวมไปถึงอนาคตการเป็นนักกีฬาอาชีพ เลี้ยงดูตัวเองรวมไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างในอนาคตต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้บนถนนสายฟุตซอลอาชีพของประเทศไทยเคยมีทีมอย่าง ลีโอ บีจี,ลีโอ บางซื่อ สร้างนักกีฬาคนพิการทางการได้ยินจนโด่งดังอาทิ อโณทัย สาธิยมาศ,จำลอง บ่อนาน,ปฏิพน สิงห์แก้ว ฯ

ยูทากะ ไอฮารา เกิดที่เมืองโยโกฮามา จ.คานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น มีพี่น้อง 3 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด เขาเป็นคนกลาง พี่ชาย เรียนจบทำงานเทศบาลเมือง ที่โยโกฮามา ส่วนน้องชายเป็นตำรวจ ทั้ง 3 คน มีเพียง ยูทากะ คนเดียวเท่านั้นที่มีร่างกายผิดปกติพิการตั้งแต่กำเนิดมือซ้ายของเขาไม่มี แต่ ยูทากะ คนเดียวในบ้านที่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แม้พี่ชายของเขาจะชอบเล่นฟุตบอล การเกิดในเมืองโยโกฮามา

จึงมีความผูกพันกับสโมสรฟุตบอลโยโกฮามา เอฟ มารินอส ที่ตามเชียร์มาตั้งแต่เด็กๆ ยูทากะ เริ่มเล่นฟุตบอลจริงจังตั้งแต่ 6 ขวบ เป้าหมายคือการเป็นนักกีฬาอาชีพ แต่ฝันของเขาต้องสลายตายดิ้นเพราะความไม่พร้อมของร่างกายรวมไปถึงฝีเท้าที่ไม่ผ่านการทดสอบกับทีมอาชีพ จึงตัดสินใจที่ต้องเลือกระหว่างฟุตบอลกับหน้าที่การงานในวัย 20 ปี ตอนนั้นเขาเกือบตัดสินใจเข้าทำงานในโรงงาน

สุดท้ายได้รับข่าวดีเมื่อมีเพื่อนชักชวนมาทดสอบฝีเท้าที่เมืองไทยจนได้สัญญากับสโมสรฟุตบอลพนักงานยาสูบ ในช่วงปี 2003-2004 เส้นทางฟุตบอลในเมืองไทยของเขาดูน่าสนใจเพราะความสามารถฝีเท้าเข้ามาทดแทนความพิการของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับรายการ THE PLAYER ที่ออกอากาศทางช่อง siamsport live ว่า “แม้ว่าเขาจะมีความพิการที่มือซ้ายแต่เขายังมีเท้าสองข้างที่จะพาตัวเองไปสู่ฟุตบอลอาชีพ” ไทยลีกคือเวทีฟุตบอลอาชีพครั้งแรกของ ยูทากะ ไอฮาระ หลังจากนั้นเส้นทางฟุตบอลอาชีพของเขาก็ทยานออกไปจนสุดความตั้งใจนั่นคือการเดินทางไปแสวงหาความสุขในการเล่นฟุตบอลที่ลีก บังคลาเทศ,ยูกันดา และ มองโกเลีย
หลังเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ ยูทากะ ตัดสินใจเรียนโค้ชจนจบก่อนที่จะกลับมาเมืองไทยปี 2009 เพื่อสอนเด็กๆที่พิการทางการได้ยินตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตามโรงเรียนโสตศึกษาต่างๆ นอกจากสอนฟุตบอล,พาทีมแข่งขันแล้วยังหางบประมาณให้กับเด็กๆเพื่อไปเรียนรู้ประสบการณ์ฟุตบอลที่ประเทศญี่ปุ่นในทุกๆปี จากปี 2009 จนถึงทุกวันนี้ ยูทากะ ไอฮารา มีนักเตะกลุ่มนี้ที่เขาสร้างขึ้นมามากมาย
น่าสนใจเป็นอย่างมากจากโอกาสที่ได้เป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกที่ประเทศไทย ถูกพัฒนาสู่การเป็นโค้ชสอนฟุตบอลเด็กๆ จนถึงวันนี้นี่คือครั้งแรกในชีวิตของ ยูทากะ ไอฮาระ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานสโมสรฟุตซอลอาชีพ ครั้งแรก และ เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในชีวิตที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกครั้ง ….

“ผมรู้สึกว่าคนพิการ หรือไม่ใช่คนพิการ ทุกคนก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน การไม่มีแขนหรือหูหนวกก็เหมือนคนตัวเตี้ยหรือตัวสูง เป็นแค่ลักษณะร่างกาย ผมคิดว่ามันเหมือนกัน”

สิ่งที่เราสัมผัสได้จากการพูดคุยกับยูทากะในวันนี้คือคำว่า “ความฝัน” คือสิ่งสำคัญสำหรับเขามาก และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาใช้มีความสุขจนถึงทุกวันนี้

“ไม่ว่าจะคนพิการหรือคนปกติ ผมอยากให้รู้ถึงความสำคัญของการมีฝัน อยากให้เห็นความสำคัญว่าเราต้องพยายามเพื่อให้ฝันเป็นจริง ตัวผมไม่มีแขน แต่ตัวผมมีฟุตบอล ผมมีความฝัน และผมก็มีความสุขกับชีวิตในตอนนี้มาก”

“เพราะฉะนั้นแค่ทุกคนมีความฝัน และพยายามอย่างเต็มที่ในการใช้ชีวิตในทุกๆวัน แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว”

นอกจากความฝันที่เขามีแล้ว สิ่งที่เราเห็นได้จากเขาคือปณิธานอันแรงกล้าที่น่านับถือในการอุทิศตัวเพื่อสังคม สะท้อนได้จากกิจกรรมต่างๆของเขาที่ผ่านมา และมันก็ตอกย้ำให้ชัดเจนมากขึ้นจากสิ่งที่เขากำลังจะทำต่อไปนี้

“ก่อนอื่น ผมจะทำสโมสรให้ประสบความสำเร็จก่อน แล้วให้พวกเขาดูผมเป็นตัวอย่าง ผมอยากจะบอกเด็กเหล่านี้ว่าจริงๆถึงจะพิการ แต่เราก็เป็นมืออาชีพได้”

“ผมอยากจะบอกเด็กๆว่า ถึงตัวผมจะไม่มีแขน แต่ผมก็ไม่เคยเอามาเป็นข้ออ้างว่าผมทำไม่ได้ ถึงผมไม่มีแขนซ้าย ผมก็จะเล่นฟุตบอลต่อไป”

“มันไม่ใช่ข้ออ้าง แต่ผมใช้มันเป็นเหตุผลในการเล่นฟุตบอล ผมอยากบอกคนพิการว่า ให้คิดว่าตัวเองแข็งแรง ให้มั่นใจในตัวเอง ให้เขาพยายาม มุ่งมั่น แล้วเขาจะมีความสุขมากกว่าคนทั่วไปอีก”

 

 

ติดตามอ่านต่อที่ https://vvebspace.com/  ได้ทุกวัน

สนใจสมัคร ufabet369.net มีโปรเด็ดโดนใจทุกวัน